ประกันชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง เหมาะกับผู้ใช้รถแบบไหน

ว่าด้วย ประกันชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง ถ้าหากคุณเพิ่งจะถอยรถออกมาใหม่ แล้วกำลังพิจารณาอยู่ว่าควรจะเลือกทำประกันภัยรถยนต์แบบไหนดี อยากได้การดูแลที่ครบถ้วนพอประมาณ แต่ไม่อยากมีภาระจ่ายเบี้ยสูง เพราะรู้ ๆ กันอยู่ว่า จ่ายเยอะไปก็ใช่ว่าจะใช้คุ้ม เอาแบบที่ช่วยลดความเสี่ยงลงมาได้ระดับหนึ่งก็พอ จ่ายสบายกระเป๋ากว่า แล้วยังได้รับการดูแลครอบคลุมที่ต้องการด้วย

ถ้าอย่างนั้น การทำประกันชั้น 2 น่าจะเป็นสิ่งที่คุณกำลังมองหาอยู่ ซึ่งวันนี้เรามีคำอธิบายที่จะทำให้คุณเข้าใจได้ง่าย ๆ ว่าประกันชั้น 2 ไม่มีคู่กรณี หรือมีคู่กรณีจะคุ้มครองแค่ไหน ตอบโจทย์ได้ตรงกับความต้องการของคุณหรือไม่ รวมไปถึงผู้ใช้รถแบบไหนจึงจะเหมาะกับประกันภัยรถยนต์ในรูปแบบนี้ ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลย

ประกันชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง ดูแลความเสียหายรถคุณเมื่อเกิดเหตุมากแค่ไหน

สำหรับประเภทของประกันภัยรถยนต์ที่จะดูแลค่าเสียหายหรือค่าซ่อมรถของเราเอง ต้องเป็นแบบประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 และ 2+ เท่านั้นถึงจะมีการดูแลในส่วนนี้ แต่สำหรับประกันภัยชั้น 2 จะดูแลเฉพาะค่าซ่อมรถของคู่กรณีและรับผิดต่อทรัพย์สินรวมถึงการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของบุคคลภายนอกแบบจำกัดจำนวนเงิน ในส่วนของค่าซ่อมรถของเรานั้น ก็ต้องรับผิดชอบดูแลตัวเอง ซึ่งถ้าเป็นการเฉี่ยวชนเล็กน้อยก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรมาก แต่ในส่วนของคู่กรณี ทางประกันจะเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายให้ตามวงเงินที่ระบุในกรมธรรม์ หากการเฉี่ยวชนนั้นเป็นความผิดของเรา

โดยผู้โดยสารที่เดินทางมาในรถเรา จะถือเป็นบุคคลภายนอกด้วย ดังนั้นจึงได้รับการคุ้มครองเช่นกัน แต่จะจำกัดความคุ้มครองอยู่ที่ ผู้ขับขี่ 1 คน และ ผู้โดยสาร 4 คน นอกจากนี้ยังจะได้รับความคุ้มครองเพิ่มเติมตามเอกสารแนบท้าย การประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล การประกันภัยค่ารักษาพยาบาล และ การประกันผู้ขับขี่อีกด้วย เรียกง่าย ๆ ว่าในส่วนของการดูแลการบาดเจ็บหรือการเสียชีวิตนั้นครอบคลุมหมด เพียงแต่จะไม่ดูแลค่าซ่อมรถของเรานั่นเอง

แล้วถ้าไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับอุบัติเหตุบนท้องถนน ประกันชั้น 2 คุ้มครองแค่ไหน

ในส่วนของการคุ้มครองที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของอุบัติเหตุนั้น ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 จะให้ความคุ้มครองในเรื่องของรถยนต์สูญหายและการเกิดไฟไหม้ โดยในส่วนของการสูญหายนั้น จะครอบคลุมถึงการโดนโจรกรรม ซึ่งจะนับรวมไปถึงอุปกรณ์เครื่องตกแต่งและสิ่งอื่น ๆ ที่อยู่ติดกับรถยนต์ด้วย

สำหรับความคุ้มครองที่เกี่ยวกับไฟไหม้รถนั้น จะนับรวมทั้งการไฟไหม้ที่เกิดขึ้นจากตัวของรถยนต์เอง หรือเป็นผลมาจากสาเหตุอื่น ๆ ก็ตาม ซึ่งจะชดใช้ค่าความเสียหายไม่เกินจากวงเงินประกันภัยที่ระบุเอาไว้ หรือตามเงื่อนไขของแต่ละแห่ง โดยคุ้มครองทั้งตัวรถและอุปกรณ์เครื่องตกแต่ง ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

ภาพรวมของ ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 2

เพื่อให้คุณเข้าใจภาพรวมของประกันภัยรถยนต์ว่าโดยทั่วไปแล้วให้ความคุ้มครองในเรื่องไหนบ้าง เราจึงสรุปความคุ้มครองของ ประกันชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง ให้ดูแบบง่าย ๆ ดังนี้

  • การคุ้มครองรถยนต์การสูญหาย
  • คุ้มครองจากการถูกโจรกรรม
  • ให้ความคุ้มครองหากเกิดไฟไหม้ (มาจากรถยนต์เอง)
  • คุ้มครองกรณีรถยนต์ไฟไหม้โดยมีสาเหตุมาจากสิ่งอื่น
  • รับผิดต่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของคู่กรณี
  • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายรักษาอาการบาดเจ็บของคู่กรณี
  • ค่าใช้จ่ายรักษาอาการบาดเจ็บของคุณและผู้โดยสารในรถคุณ
  • คุ้มครองการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุ
  • ค่ารักษาพยาบาล
  • การประกันตัวผู้ขับขี่

จะเห็นได้ว่า ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 หรือประกันชั้น 2 นี้ ให้ความดูแลคู่กรณีทั้งเรื่องของค่าซ่อมรถ และ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลอย่างครบถ้วน ครอบคลุมไปถึงหากคู่กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุด้วย และในส่วนของการดูแลทางฝั่งเรานั้น จะเน้นดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่ใช้ในการรักษาตัวทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยให้ความคุ้มครองรถของเราเฉพาะเรื่องการสูญหายหรือเกิดไฟไหม้เท่านั้น แต่สำหรับค่าซ่อมรถที่เกิดจากอุบัติเหตุต่าง ๆ เราต้องเป็นคนรับผิดชอบเอง

ประกันรถยนต์ชั้น 2 เหมาะกับใคร ?

การเลือก ซื้อประกันภัยรถยนต์ มีรูปแบบทั่ว ๆ ไปให้เลือกทำได้ถึง 5 ลักษณะ คือ ประกันชั้น 1, ประกันชั้น 2+, ประกันชั้น 3+, ประกันชั้น 2 และ ประกันชั้น 3 ซึ่งเรียงลำดับจากความคุ้มครองมากสุดไปน้อยสุด และแน่นอนว่า ค่าเบี้ยประกัน ของประกันชั้น 1 แพงกว่าตัวอื่น ๆ ซึ่งสำหรับใครหลาย ๆ คนอาจจะถือเป็นภาระที่ต้องควักกระเป๋าเพิ่มขึ้นมานอกเหนือจากค่าผ่อนรถที่ต้องจ่ายเป็นประจำอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าค่าเบี้ยประกันจะจ่ายเป็นรายปีก็ตาม แต่ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ หลาย ๆ คนก็พยายามประหยัดค่าใช้จ่ายกันแบบสุดชีวิต ดังนั้นหากต้องการลดภาระเรื่องการทำประกันภัยรถยนต์ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย

แต่คำถามคือแล้วประกันชั้น 2 เหมาะกับใคร เหมาะกับการใช้รถแบบไหน จะดูแลเราได้ครบถ้วนอย่างที่เราต้องการหรือเปล่า คงต้องบอกว่าหากเป็นผู้ใช้รถที่มีประสบการณ์ในการขับขี่ ขับมาหลายปีแล้วไม่ค่อยมีปัญหา เคยใช้ประกันชั้น 1 มาแล้วรู้สึกว่าไม่คุ้ม เพราะไม่เคยเคลมอะไรกับเค้าเลย รวมทั้งที่พักอาศัยก็มีที่จอดรถเป็นสัดส่วนปลอดภัย ไม่อยู่ในพื้นที่พลุกพล่านที่รถมีความเสี่ยงจะโดนขูดขีดได้ การทำประกันชั้น 2 ก็ถือว่าเป็นทางออกที่เหมาะสม เนื่องจากความคุ้มครองนั้น รองรับอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณีนั่นเอง

และทั้งหมดคือเรื่องของประกันชั้น 2 อีกทางเลือกสำหรับคนใช้รถ ที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันแพง ๆ เสมอไป เลือกให้เหมาะกับตัวรถและการใช้งาน ค่าเบี้ยก็ประหยัดลงไปได้ไม่น้อย ที่สำคัญการคุ้มครองก็อยู่ในเงื่อนไขที่คุณยอมรับได้อีกด้วย ซ่อมรถเองเมื่อเกิดเหตุแต่คุณไม่ต้องไปรับภาระค่าซ่อมให้กับคู่กรณี ก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายลงไปได้ไม่น้อยเลย