ขับรถแบบนี้ต้องเลือก ประกันรถยนต์แบบไหนดี ว่าด้วยการเลือกประกันให้เหมาะกับตัวคุณ

ตัวเลือกมากมายว่าด้วยเรื่องของ ประกันภัยรถยนต์ ทั้งแบรนด์ต่าง ๆ จาก บริษัทประกันภัยรถยนต์ มากมาย ทั้ง ประกันรถยนต์ออนไลน์ ก็ซื้อง่ายคุ้มครองไว แต่นั่นมันแค่ปลายทาง เพราะความเป็นจริงสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การที่คุณรู้ว่า ประกันรถยนต์แบบไหนดี เหมาะกับคุณ โดยเฉพาะลักษณะการใช้งานรถ วันนี้จะพาคุณไปหาคำตอบพร้อม ๆ กัน

ประกันรถยนต์แบบไหนดี ที่เหมาะกับการใช้รถของคุณ ต้องไปดู

  • เน้นประหยัด การคุ้มครองดี แต่ใช้รถไม่บ่อย

การคุ้มครองที่ไม่ด้อยกว่า ประกันชั้น 1 แต่ได้ช่วยประหยัดค่าเบี้ยของคุณได้เกือบครึ่ง เหมาะสำหรับรถที่นาน ๆ ขับที สัปดาห์ละครั้งสองครั้ง ถ้าเป็นในลักษณะนี้ แค่ ประกันชั้น 2+ ก็สามารถตอบโจทย์คุณได้แบบครอบคลุม คุ้มครองทั้งรถหาย ไฟไหม้ คุ้มครองอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณี แต่ถ้าอยากได้ค่าเบี้ยประหยัดยิ่งกว่าและไม่กังวลเรื่องรถจะถูกขโมย ประกันชั้น 3+ ก็นับเป็นทางเลือกที่ดีอีกข้อที่คุณควรนำไว้พิจารณา

  • ใช้รถประจำในเส้นทางที่คุ้นเคย

ถ้าแค่ใช้รถขับไปทำงานตอนเช้า เย็นก็กลับบนเส้นทางเดิม ๆ เลือกให้ประหยัดหน่อยก็เป็น ประกันรถยนต์ 2+ ก็ได้ แต่ถ้าจะให้ดีและมั่นใจขึ้นยิ่งกว่าสำหรับใครที่อาจขับรถยังไม่แข็งก็เลือกชั้น 1 ไปเลย เพราะเมื่อขึ้นชื่อว่าอุบัติเหตุย่อมเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ บางทีบนเส้นทางที่รถเยอะ รถหนาแน่นก็อาจจะเกิดเหตุไม่คาดคิด ซึ่งการคุ้มครองที่ครอบคลุมจะช่วยตัดปัญหาจุกจิกต่าง ๆ ให้กับคุณได้เป็นอย่างดี

  • ใช้รถออกต่างจังหวัดบ่อยในเส้นทางที่ไม่คุ้นชิน

คำแนะนำคือเลือกใช้ประกันชั้น 1 เพื่อความคุ้มครองแบบไร้เงื่อนไข เพราะความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับรถคุณย่อมมีมากกว่าใช้รถบนเส้นทางเดิม ๆ ความคุ้นชินในเส้นทางต่าง ๆ ย่อมมีมากกว่า

  • งบจำกัดแต่คุ้มครองไว้ก็ดีกว่า

การใช้รถโดยไม่มี ประกันภัยรถยนต์ ติดไว้ เป็นความเสี่ยงยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด และไม่ว่าคุณจะมีเงื่อนไขของงบประมาณด้านประกันรถยนต์ที่จำกัดแค่ไหน อย่างน้อยก็ควรมีประกันติดรถไว้ก็ดี แม้จะเป็น ประกันชั้น 3 หรือ 3+ ก็ตาม แต่ตัวรถก็ยังได้รับการคุ้มครอง ช่วยลดภาระด้านคู่กรณีให้คุณไม่ต้องจ่ายหนักเกินไป จ่ายแค่ฝั่งของรถคุณเองก็เหมือนเป็นการช่วยแบ่งเบารายจ่ายได้ครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว

แล้วคุณล่ะใช้รถแบบไหน? ใช้รถบ่อย ใช้รถนาน ๆ ครั้ง หรือขับยังไม่ค่อยแข็ง เลือกให้เหมาะกับคุณแล้วความคุ้มค่าก็จะตามมา อย่าเสียดายกับค่าเบี้ยที่ต้องจ่ายเพราะคุณไม่มีทางรู้หรอกว่าอุบัติเหตุจากการใช้รถจะเกิดขึ้นตอนไหน เอาให้มั่นใจว่าถ้าเกิดเรื่องคุณจะไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับค่าใช้จ่ายดีกว่า