รวมกฏจราจรที่มีมานานแล้ว แต่ละเมิดกันประจำ

หลายครั้งที่เราเห็นอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้น มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ทั้งประสบการณ์ที่พบเจอด้วยตัวเองหรือจากการนำเสนอผ่านสื่อต่าง ๆ ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสาเหตุส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากความประมาทเลินเล่อและที่สำคัญคือ ไม่เคารพกฎจราจร วันนี้เรามี 5 กฎจราจรที่มีมานาน แต่หลายคนมักมองข้ามหรือไม่ใส่ใจและไม่ปฏิบัติตามมาบอกกัน

  • ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด

เรียกว่าเป็นการทำผิดกฎจราจรที่มีมาช้านานนับตั้งแต่ยุคคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งการแก้ไขที่ถูกจุดคือต้องเริ่มที่การปลูกฝังจิตสำนึกในการเคารพกฎ แม้ปัจจุบันมีความพยายามที่จะแก้ปัญหาโดยการเพิ่มกล้องตรวจจับความเร็วมากขึ้น แต่พอเลยจุดตรวจจับ รถบางคันก็กลับมาใช้ความเร็วสูงเหมือนเดิม โดยความเร็วจำกัดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 90 กม./ชม. นอกเขตเทศบาล และไม่เกิน 80 กม./ชม. ในเขตเทศบาล กทม. และเมืองพัทยา แต่ในความเป็นจริงบนท้องถนนก็พบว่ายังมีคนทำผิดกฎจราจรในข้อนี้ จนเกิดอุบัติเหตุมีผู้คนบาดเจ็บเสียชีวิตอยู่บ่อยครั้ง ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ม.67 ว.1,152 ปรับไม่เกิน 1,000 บาท

  • ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

ในกรณีนี้ขอยกตัวอย่างในส่วนของผู้โดยสารตอนหน้าและผู้ขับขี่ ซึ่งก็ยังมีพบเห็นอยู่บ่อยครั้ง แม้รถรุ่นใหม่ ๆ จะมีสัญญาณเตือนให้ต้องคาดทุกครั้งที่ขึ้นรถ แต่ก็ยังมีคนหัวหมอล็อกเข็มขัดนิรภัยโดยไม่นำสายมาคาดติดกับตัวหรืออ้อมไว้ด้านหลัง ซึ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก็จะส่งผลกระทบรุนแรงมากแน่นอน ซึ่งกฎหมายให้คาดเข็มขัดนิรภัยขณะขับรถ มีการบรรจุเป็นกฎหมายบังคับเฉพาะรถที่จดทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2537 ใช้บังคับทั้งรถขนส่ง รถแท็กซี่ รถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก บังคับให้ผู้ขับรถและผู้ที่นั่งตอนหน้าคู่กับคนขับต้องคาดเข็มขัดนิรภัยด้วย ซึ่งมีระบุไว้ใน ม.123 วรรคสอง หากฝ่าฝืนก็จะเป็นความผิด มีทั้งความผิดเฉพาะตัวของคนขับรถ คือ ผู้ขับขี่ที่ไม่รัดเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่ง และความผิดที่ไม่จัดให้คนนั่งด้านหน้าคู่กับคนขับรัดร่างกายไว้กับที่นั่งด้วยเข็มขัดนิรภัยในขณะโดยสาร โดยมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ทั้ง 2 กรณี

  • ดัดแปลง-แก้ไขป้ายทะเบียน

บ่อยครั้งที่เราเห็นป้ายทะเบียนของรถข้าง ๆ ที่ใช้ถนนร่วมกับเรา บ้างก็ปิดแผ่นทองทับหรือสีขาวถมทับตัวอักษร หรือไม่ก็ติดสติกเกอร์หรือลายกราฟิกต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เหตุผลจากความเชื่อหรือด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจทำให้ป้ายทะเบียนนั้นถูกปิดบัง ดังนั้นเพื่อไม่ให้ผู้ที่ใช้รถผิดกฎหมาย มีช่องทางในการปิดบังตัวอักษรหมายเลขรถยนต์และจังหวัด จึงได้มีกฎหมายบังคับเรื่องนี้ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ตามมาตรา 14 ประกอบมาตรา 60 หากผู้ใดฝ่าฝืน มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท นอกจากจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์แล้ว ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานปลอมแปลงเอกสารอีกด้วย

  • เลี้ยวรถโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว

กรณีนี้พบเห็นได้เป็นประจำจนมีการตั้งกระทู้ด่าในโลกโซเชียลบ่อยครั้ง ทำนองว่าจะมีไฟเลี้ยวไว้ทำไมถ้าไม่ใช้! ที่สำคัญก็ยังเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แต่ด้วยเพราะหลายคนที่ไม่ใส่ใจทำจนเคยชินและคิดว่าไม่เป็นไร หรืออาจหลงลืมจากการที่อบรมตอนสอบใบขับขี่ ว่าในทุกครั้งที่ต้องการเปลี่ยนช่องจราจรหรือเลี้ยวรถไปยังถนน-ซอย ฝั่งซ้าย-ขวา ต้องให้สัญญาณไฟเพื่อส่งสัญญาณให้รถที่ตามหลังมาได้รับรู้ โดยในกรณีของรถยนต์ ควรเปิดไฟเลี้ยวให้คันหลังเห็นชัดเจน ก่อนทางที่เราจะเลี้ยวรถ ถ้าเทียบความเร็ว รถวิ่งอยู่ที่ 30กม./ชม. ก็ให้เปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้าก่อน 30 เมตร ถ้ารถวิ่งอยู่ที่ 60 กม./ชม. ให้เปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้าก่อน 60 เมตร ความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 (แก้ไขเพิ่มเติมถึง พ.ศ.2538) ม.36 วรรค1, 148 ปรับไม่เกิน 500 บาท

  • ขับรถไม่พกสำเนาภาพถ่ายคู่มือจดทะเบียนรถ

กรณีนี้หลายคนที่มีเล่มทะเบียนอาจสงสัยว่าต้องมีสำเนาติดรถไว้ด้วยทำไม หรือต่อทะเบียนเองโดยไม่ได้ให้ไฟแนนซ์ต่อ ซึ่งตามความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา ๔๒ ผู้ขับรถต้องได้รับใบอนุญาตขับรถและต้องมีใบอนุญาตขับรถและสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถในขณะขับหรือควบคุมผู้ฝึกหัดขับรถเพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ทันที ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องมีสำเนาไว้ก็เพื่อป้องกันในกรณีรถถูกโจรกรรมมานั่นเอง