ชี้ชัดๆ! ถนนเส้นไหนทางเอก เส้นไหนทางโท จะรู้ได้อย่างไร?

เคยสงสัยมั้ยครับว่า..เวลาเกิดอุบัติเหตุรถชนกันเรามักจะได้ยินคำว่า “ทางเอก” กับ “ทางโท” ซึ่งคู่กรณีแต่ละฝ่ายมักเอามาใช้ถกเถียงกันเพื่อหาข้อสรุปว่าใครเป็นฝ่ายถูกและใครคือคนผิดเมื่อรถชนกัน คำถามคือแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าทางที่เราขับมานั้นเป็นทางไหนกันแน่ มีวิธีสังเกตุอย่างไร รวมถึงวิธีขับขี่อย่างปลอดภัยมาฝากกัน

ความหมายตามพจนานุกรมสำหรับเส้นทางเดินรถที่เป็น “ทางเอก” นั้นหมายถึง เส้นทางหลัก ส่วน “ทางโท” หมายถึง เส้นทางย่อย ส่วนความหมายที่คนทั่วไปเข้าใจนั้นจะหมายถึง ถนนสายหลัก หรือ เส้นทางที่รถแล่นผ่านไปได้ก่อนรถทางโท ซึ่งก็ไม่ผิดครับ แต่คำถามคือแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า ถนนเส้นที่เราวิ่งอยู่นั้นเป็น ทางเอก หรือ ทางโท กันแน่ แล้วใครต้องเป็นฝ่ายให้ทางใครก่อน เราไปดูกันเลยดีกว่า

เส้นทางหลัก (ทางเอก)

คือ ถนนที่ไม่มีเส้นหยุดหรือป้ายหยุดอยู่ตรงทางร่วมและทางแยกที่ตัดกับถนนอีกเส้น ไม่ว่าจะเป็นถนนใหญ่หรือถนนที่มีขนาดเท่ากันก็ตาม ทางนี้คือ ทางเอก

เส้นทางย่อย (ทางโท)

สังเกตุง่าย ๆ จะมีเส้นหยุดหรือป้ายหยุดก่อนจะเข้าทางแยกที่ตัดกับถนนอีกเส้น ไม่ว่าจะเป็นถนนขนาดใดก็ตาม เส้นทางนี้คือ ทางโท นั่นเอง

เมื่อทราบว่าทางไหนเป็น ทางเอก หรือ ทางโท แล้ว สิ่งที่สำคัญคือ เราจะต้องเรียนรู้วิธีการขับขี่ที่ถูกต้องด้วยว่าทำอย่างไร เมื่อผ่านทางแยก เพราะอุบัติเหตุส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นตรงจุดนี้ โดยเฉพาะแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร ที่ผู้ขับขี่มักเกิดการลังเลบวกกับความไม่รู้จักการให้ทางที่ถูกต้อง ทำให้ต่างคนต่างแย่งที่จะไปก่อน จนทำให้เฉี่ยวชนกันเป็นประจำ

วิธีการขับรถผ่านทางร่วม ทางแยก หรือ วงเวียน

ที่ถูกต้อง อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ คือ ทางร่วม ทางแยกใดมีทางเดินรถทางเอกตัดผ่านทางเดินรถทางโท ให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถในทางเอกมีสิทธิขับผ่านไปก่อน ซึ่งกรณีที่รถยนต์ 2 คันมาถึงทางร่วมทางแยกพร้อมกัน และไม่มีรถอยู่ในทางร่วมทางแยก ผู้ขับขี่ต้องให้รถที่อยู่ทางด้านซ้ายของตนผ่านไปก่อน

สำหรับท่านที่อยากทราบถึงข้อกฎหมายเกี่ยวกับการขับรถผ่านทางร่วมทางแยกหรือวงเวียนนั้นลองเข้าไปหาอ่านกันได้ที่ พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตราที่ 71-74 นะครับ รับรองละเอียดยิบ เมื่อทราบข้อมูลที่ถูกต้องแล้ว ลองนำมาปรับใช้กันให้ถูกต้องดูนะครับ ผมเชื่อว่าสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะช่วยลดอุบัติเหตุและสร้างความสงบสุขให้แก่ท้องถนนในประเทศได้มากเลยทีเดียว