ฟังเพลงขณะขับรถเสี่ยงอุบัติเหตุ

ไม่ว่าจะเป็นการขับระยะใกล้อยู่ในเมืองที่การจราจรติดขัด หรือการขับทางยาวๆ ออกต่างจังหวัด โดยปกติผู้ใช้รถยนต์ส่วนใหญ่ต่างฟังเพลงในขณะขับรถ อย่างไรก็ดีมีผลวิจัยล่าสุดจากประเทศอังกฤษกลับระบุว่า การฟังเพลงขณะขับรถมีผลทำให้เสียสมาธิ และมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ การละสายตาจากถนนเพื่อไปยุ่งกับปุ่มหมุนวิทยุหรือพยายามค้นหาเพลงที่ใช่ในเพลย์ลิสต์ของคุณ เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้อุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่คุณรู้หรือไม่ มีการศึกษามากมายที่พยายามวัดผลกระทบของดนตรีต่อผู้ขับขี่ และผลลัพธ์นั้นอาจทำให้คุณประหลาดใจ

ข้อดีของการฟังเพลงขณะขับรถ

การฟังเพลงที่คุณชอบเป็นตัวช่วยผ่อนคลายที่สำคัญ! เมื่อคุณติดอยู่กับการจราจร การฟังเพลงที่ดีสามารถลดความเครียดและฉุนเฉียว ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดอุบัติเหตุของการจราจรจากหัวเสียบนท้องถนน การฟังเพลงยังช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และช่วยให้คุณตื่นตัวและสนุกสนานกับการเดินทางไกล ลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการง่วงนอนระหว่างขับรถ ถึงกระนั้นอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ และจะร้ายแรงมากขึ้นเมื่อไม่มีประกันรถยนต์ หรือประกันรถขาดพอดี

ข้อเสียของการฟังเพลงขณะขับรถ

หากคุณไม่พบเพลงที่คุณชอบไม่ว่าจะขึ้นหรือลงจากแป้นหมุนวิทยุ มันอาจจะเพิ่มระดับความเครียดของคุณได้ ซึ่งส่งผลเสียต่อพฤติกรรมการขับขี่ แต่เพลงที่คุณชอบก็อาจทำให้เกิดพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ขับขี่ที่อายุน้อยกว่าและยังมีประสบการณ์น้อย คุณอาจเริ่มให้ความสนใจกับเพลงมากกว่าท้องถนน มีสมาธิในการขับขี่ลดลงจากปกติ ส่งผลต่อปฏิกิริยาตอบสนองที่จะช้าลงตามไปด้วย และเริ่มทำผิดพลาดง่ายๆ ที่อาจส่งผลร้ายแรง เช่น การลืมให้สัญญาณไฟเลี้ยว หรือ การลืมสังเกตจุดบอดรอบรถของคุณ

จังหวะเพลงที่เร็ว และเสียงเพลงที่ดัง ยังส่งผลเสียต่อพฤติกรรมการขับขี่อีกด้วย คนขับอาจเร่งความเร็วโดยไม่ได้ตั้งใจ ผ่านจิตใต้สำนึกเพื่อให้เข้ากับจังหวะของเพลง ในขณะที่เสียงเพลงที่ดังอาจทำให้คุณตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างช้าลง ทุกเพลงที่เล่นเสียงดังเกิน 85 เดซิเบลสามารถส่งผลเสียต่อพฤติกรรมของคนขับให้แย่ลง

โดยทั่วไป ดนตรีที่มีจังหวะ 60-80 ครั้งต่อนาที (BPM) เป็นจังหวะที่ปลอดภัยที่สุดในการขับรถ เพราะมันเลียนแบบอัตราการเต้นของหัวใจโดยเฉลี่ยของมนุษย์ ดนตรีที่มีจังหวะ 120 BPM ขึ้นไปอาจส่งผลให้ขับเร็วขึ้นและมีการฝ่าฝืนกฎการจราจรมากขึ้น

นักวิจัยแนะนำว่าแจ๊ส (Jazz) ซอฟต์ร็อก (Soft rock) และการฟังเพลงเบา ๆ เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการฟังขณะขับรถ คุณอาจลองค้นหาเพลงผ่าน Spotify โดยพิมพ์ 60 – 80 bpm

โดยเพลงที่ใช้สำหรับแดนซ์ หรือ ออกกำลังกาย ไม่เหมาะสำหรับใช้ฟังเพลงขณะขับรถ เพราะจังหวะของเพลงที่เร็วเกินไปมีผลต่อพฤติกรรมในการขับขี่ด้วยเช่นเดียวกัน