ไม่อยากพังต้องทำตาม! กับ 5 เทคนิคขับรถลุยน้ํา ใช้ได้จริงไม่ว่าจะฤดูไหน

ปัญหาฝนตกน้ำท่วม เรื่องหนักใจที่อยู่คู่กับบ้านเรามาแต่ไหนแต่ไร ยิ่งเป็นฝนแบบเทกระหน่ำต่อเนื่องเมื่อไหร่ น้ำรอการระบาย ไหลลงท่อไม่ทันทุกที จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องรู้เทคนิคขับรถลุยน้ํา และคุณสามารถเรียนรู้วิธีลุยน้ำท่วม ให้ปลอดภัยได้ ห่างไกลอุบัติเหตุ และเลี่ยงความเสี่ยงให้รถพัง จะมีอะไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลย

รู้เทคนิคขับรถลุยน้ํา ขับผ่านถนนเส้นไหนก็ “เอาอยู่”

เพื่อความไม่ประมาทและไม่ทำให้รถของคุณเสี่ยงที่จะมีปัญหา ควรสังเกตความสูงของระดับน้ำ โดยดูจากรถคันหน้า หรือรถคันอื่น ๆ ที่วิ่งผ่านไปมาว่าระดับน้ำสูงอยู่ที่ประมาณไหน หากว่าสูงเกินกว่าครึ่งล้อ บอกเลยว่าอันตราย ไม่ควรเสี่ยงขับรถลุยน้ําท่วมไป เพราะมีสิทธิ์ที่น้ำจะเข้ารถหรือท่วมเครื่องยนต์ได้ ซึ่งจะเป็นความเสียหายที่ต้องจ่ายค่าซ่อมแพงแน่นอน ซึ่งเทคนิคขับรถน้ําท่วมอย่างปอดภัย มีดังนี้

  • ปิดแอร์

การเปิดแอร์ทิ้งไว้จะทำให้พัดลมแอร์ทำงาน ซึ่งถ้าหากเกิดมีน้ำเข้ามาในห้องเครื่อง อาจทำให้เกิดการพัดน้ำเข้าเครื่องยนต์ได้ ดังนั้นเมื่อต้องลุยน้ำท่วม ควรปิดแอร์ทุกครั้งและเปิดกระจกแทน เพื่อลดโอกาสการทำให้เครื่องยนต์เสียหาย

  • ชะลอความเร็ว

การขับรถด้วยความเร็วต่ำ เมื่อต้องเจอกับปัญหาน้ำท่วมขัง นอกจากจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทางแล้ว ยังลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดคลื่นน้ำขนาดใหญ่ ที่จะวิ่งกลับมาปะทะที่ตัวรถเหมือนกรณีที่ขับรถเร็วด้วย

  • รักษาความเร็วให้คงที่

นอกจากชะลอความเร็วรถแล้ว การรักษารอบเครื่องยนต์ให้วิ่งที่รอบต่ำอย่างคงที่ จะช่วยให้เครื่องยนต์ไม่ร้อนเกินไป ซึ่งพัดลมระบายความร้อนก็จะไม่ต้องทำงาน ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสี่ยงเช่นเดียวกับการขับรถเปิดแอร์

  • เว้นระยะห่างจากคันหน้า

เมื่อต้องขับรถลุยน้ำท่วม จะทำให้ชุดเบรกถูกแช่อยู่ในน้ำตลอดเวลา ซึ่งจะต้องใช้ระยะทางเพิ่มมากขึ้นในการหยุดรถให้สนิทแต่ละครั้ง ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ การขับเว้นระยะห่างมากกว่าเดิม จะทำให้ลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุจากการเบรกไม่ทันได้

  • ย้ำเบรกบ่อย ๆ เมื่อพ้นเส้นทางมาแล้ว

เมื่อพ้นพื้นที่น้ำท่วมมาแล้วก็ต้องไล่ความชื้นออกจากชุดเบรกที่ขับแช่น้ำมา โดยการย้ำเบรกบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ เป็นระยะทางประมาณหนึ่งเพื่อรีดน้ำออกจากผ้าเบรกให้ได้มากที่สุด รวมทั้งต้องไล่ความชื้นออกจากห้องเครื่องหรือระบบต่าง ๆ ออกให้หมด ดังนั้นเมื่อถึงที่หมายแล้วจึงไม่ควรดับเครื่องทันที ให้ติดเครื่องทิ้งไว้ต่ออีก 10-20 นาทีเพื่อไล่ความชื้นก่อน

ทั้งหมดนี้เป็นเทคนิคง่าย ๆ สำหรับการขับรถลุยน้ําท่วมให้รถไม่เสียหาย เครื่องยนต์ไม่พัง แถมยังปลอดภัยถึงจุดหมาย “ถึงช้าแต่ถึงชัวร์” ไม่มีดับกลางทาง ซึ่งถึงแม้จะเป็นมือใหม่หัดขับก็สามารถทำได้อย่างไม่ยากเลย แต่ถ้าหากว่าขี้กลัวหรือไม่มั่นใจพอ ก็ให้หาที่สูง ๆ จอดรถเอาไว้ แล้วค่อยรอให้ระดับน้ำลดสักนิดแล้วค่อยไปต่อก็ได้ เพื่อความสบายใจของคุณเอง